“บก.น.2 แกะรอยแก๊งหลอกแลกเงินรูปีอินเดีย ลวงเหยื่อโอนเงินแปลงคริปโต ฟอกผ่าน KuCoin ก่อนถอนสด รวบหัวโจกได้คาพระโขนง”

 สืบ บก.น.2 แกะรอยแก๊งหลอกแลกเงินรูปีอินเดีย ลวงเหยื่อโอนเงินแปลงคริปโต ฟอกผ่าน KuCoin ก่อนถอนสด รวบหัวโจกได้คาพระโขนง



กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) เปิดเผยผลการสืบสวนคดีหลอกลวงทางออนไลน์รูปแบบใหม่ ซึ่งคนร้ายใช้กลุ่มรับแลกเงิน “รูปีอินเดีย” เป็นช่องทางลวงเหยื่อ ก่อนนำเงินเข้าสู่ระบบสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อฟอกเงินอย่างเป็นระบบ



เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม โดยผู้เสียหายเป็นหญิงชาวไทย ได้ติดต่อแลกเปลี่ยนเงินตรากับคนร้าย ก่อนถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น

จากการสืบสวนพบว่า บัญชีปลายทางเป็นของผู้ประกอบธุรกิจรับแลกเหรียญดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถูกคนร้ายหลอกให้ดำเนินการแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิทัลประเภท WeMix ก่อนที่เหรียญดังกล่าวจะถูกโอนเข้าสู่กระเป๋าคริปโตของกลุ่มคนร้าย

ต่อมา พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ประสานมายังฝ่ายสืบสวน บก.น.2 ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการติดตามเส้นทางการเงินผ่านระบบ Blockchain เข้าร่วมทำการสืบสวนเชิงลึก

ผลการตรวจสอบพบว่า หลังจากได้รับเหรียญ WeMix แล้ว คนร้ายได้โอนเหรียญต่อเป็นทอด ๆ หลายครั้ง เพื่ออำพรางเส้นทาง ก่อนนำเข้าสู่กระเป๋าบนแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต KuCoin และทำการแปลงสภาพเป็นเหรียญสกุล USD จากนั้นโอนออกไปยัง Cold Wallet เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ



ภายหลัง คนร้ายได้นำทรัพย์สินดังกล่าวกลับเข้าสู่ระบบการเงินปกติ ผ่านบัญชีม้า ก่อนถอนเงินสดออกมาใช้จ่าย

จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้เกี่ยวข้องในขบวนการได้ 3 ราย ได้แก่

  1. น.ส.วรรนิสา (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า และผู้เปิดบัญชีกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์
  2. นายวศิน (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าเหรียญ

ทั้งสองรายถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า และความผิดตามพระราชบัญญัติสินทรัพย์ดิจิทัล

นอกจากนี้ จากการขยายผล เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้บงการหลัก คือ นายศตวรรษ (สงวนนามสกุล) โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และจัดหาบัญชีม้า

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม และฝ่ายสืบสวน บก.น.2 เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่เขตพระโขนง และสามารถจับกุมนายศตวรรษได้ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการกระทำความผิด


จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอาศัยความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์ หลอกลวงผู้เสียหายมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ใช้วิธีให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าสู่ระบบสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนกระจายเหรียญผ่านหลายกระเป๋า และสุดท้ายแปลงเป็นเงินสดผ่านบัญชีม้าที่เตรียมไว้

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจัดหาบัญชีม้า และการโพสต์รับจ้างเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำความผิด โดยเงินที่ได้มาจะนำไปใช้จ่ายส่วนตัว และบางส่วนเก็บไว้ในรูปแบบทรัพย์สินอื่น

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผล เพื่อติดตามทรัพย์สินดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิดฐานฟอกเงิน รวมถึงตรวจสอบพฤติการณ์การก่อเหตุในรูปแบบอื่น เช่น การหลอกลวงผ่านการซื้อขายการ์ดเกม ซึ่งคาดว่าอาจมีผู้เสียหายเพิ่มเติม

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“สืบนครบาล 2 บุกจับวัยรุ่นลพบุรี สะสมสื่อลามกเด็ก-ก่อนผันตัวขายต่อออนไลน์ สร้างรายได้”

สืบ น.2 ตามรวบ “ยอดคลองเตย” แอดมินกลุ่มหนังโป๊เด็ก