1 ปี สืบ-นครบาล 2 นักสืบมือทอง 'ไขปม 7 คดีสำคัญ' ล่าตัวอาชญากร ปล้น - ฆ่า - ข่มขืน - เครือข่ายลักรถยนต์
1 ปี สืบ-นครบาล 2 นักสืบมือทอง 'ไขปม 7 คดีสำคัญ' ล่าตัวอาชญากรปล้น - ฆ่า - ข่มขืน - เครือข่ายลักรถยนต์
ที่ลุยงานไขปมคดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่
นครบาล 2
จัดชุดออกทำงานร่วมกับสถานีตำรวจในพื้นที่แบบบูรณาการการทำงานอย่างแท้จริง
เรียกว่า เปลี่ยนโฉมการทำงานสืบสวนแบบเดิมๆไปเลย ที่กองสืบกับ สน.จะกักผลงานกัน อย่างนี้ประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับใคร
ก็ชาวบ้านตาดำๆที่ได้รับความเดือดร้อนนั้นได้ประโยชน์ไปเต็มๆ วันนี้เราจึงประมวลผลงานสำคัญๆที่ผ่านมือนักสืบ
บก. 2 ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาให้ชมกัน
เริ่มกันด้วยช่วงปลายปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 เหตุเกิดหน้าปากซอย วัดเวฬุวนาราม 9 (ทางเข้าครัว 152) ถนนวัดเวฬุวนาราม แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนพกไม่ทราบขนาด ใช้จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ขับขี่มาประกบยิง นายนิว วัยรุ่นในพื้นที่ ดอนเมือง เสียชีวิต จากพฤติกรรมเจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่าคนร้ายเป็นมือปืนอาชีพจากทักษะการใช้อาวุธที่มีความแม่นยำและทักษะในการทรงตัวบนรถจักรยานยนต์ขณะเคลื่อนที่
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนแบบกัดไม่ปล่อยอยู่เป็นเดือนจนประมาณต้นเดือน
มกราคม 2561 จึงทราบว่าคนร้ายเป็นใครและสามารถจับกุมตัวได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งในบนถนนลาดพร้าว
พร้อมพยานหลักฐานสำคัญหลายชิ้น
ส่วนในช่วงปลายปี
ต้นเดือนตุลาคม 2560 กรณีกลุ่มคนร้ายปล้นเงินสด 196 ล้านเยน หรือ 60 ล้านบาท ของบริษัทที่ขนเงินมาจากประเทศญี่ปุ่น ในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ขณะที่กำลังนำเงินไปเก็บที่คอนโด
ที่เจ้าหน้าที่สืบสวนนครบาล 2 ได้ลงมือร่วมกับศูนย์สืบสวน ตำรวจนครบาล และ
สถานีตำรวจในพื้นที่ สามารถรวบ 5 คนร้ายสำคัญที่ลงมือวางแผนปล้น
แต่ก็หนีไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ จับกุมได้เกือบยกแก๊งภายใน
2 วัน ซึ่งสามารถติดตามเงินของกลางได้คืนมาครบทุกเยน
คดีต่อมาเกิด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 เวลาประมาณ 09.00 น.
ที่บ้านเลขที่ 31/9 อาคาร 29 แฟลตเอื้ออาทร ซอยคู้บอน 27 แยก 37 แขวงท่าแร้ง
เขตบางเขน กรุงเทพฯ ได้มีคนร้ายเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่ นายวันนะ หรือ นะ ภูติวัฒนชัย อายุ 57 ปี
เสียชีวิต
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถทราบตัวผู้กระทำความผิด และออกติดตามตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่อง
โดยติดตามไปยังจังหวัดระยองและ หลายๆจังหวัดในภาคตะวันออก
จนในที่สุดการสามารถปิดคดีนี้ได้ในที่สุด
ในคดีนี้
กองกำกับการสืบสวน ตำรวจนครบาล 2 ได้รับการประสานงานจาก สถานีตำรวจนครบาลดอนเมืองว่า
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม
2560 เวลาประมาณ 19.40 น. ที่บริเวณโรงน้ำแข็ง
ปากทางเข้าหมู่บ้านรัตนาวลัย ซ.ประชาอุทิศ
17 ถนนประชาอุทิศ แขวง/เขต ดอนเมือง กรุงเทพฯ มีผู้เสียหาย ประกอบด้วย
นายคมศร ปาลกะวงศ์ ณ อยุทธยา อายุ 32 ปี
ถูกฟัน ได้รับบาดเจ็บ นำส่ง โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และส่งต่อไปยัง
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และ นายธวัชชัย
นรมาตย์ อายุ 23 ปี
ถูกยิงที่ท้ายถอยและลำคอ จำนวน 3 นัด เสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างต่อเนื่องจนรู้กลุ่มผู้กระทำผิดและสามารถออกหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญๆได้
และติดตามจับกุมได้ในที่สุด
เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 เวลาประมาณ
02.23 น. ผู้เสียหายซึ่งทำงานอยู่สถานบริการร้าน Exotica
ซอยทองหล่อ 5 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
ได้เรียกรถยนต์นั่งสาธารณะ(แท็กซี่) สีชมพู เพื่อให้ไปส่งที่พัก เมื่อมาถึง บนทางด่วนฉลองรัช ( เอกมัย – รามอินทรา ) แขวงออเงิน
เขตสายไหม กรุงเทพฯ
ผู้เสียหายเกิดหลับไปและต่อมาถูกผู้ต้องหาลวนลามบนรถ ผู้เสียหายได้สติจึงได้วิ่งหนีออกจากจากรถยนต์แท็กซี่คันดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน
สืบทราบว่าคนร้ายได้หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ ห้องเช่าห้องที่ 9 เลขที่ 1
ซอยวัดเวฬุวนาราม 18 ถนนสรงประภา แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
จึงได้บูรณาการการปฏิบัติร่วมกันกับ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน บก.น.2 ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ
สน.คันนายาว และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง
ปิดล้อมกดดันผู้ต้องหาที่ซ่อนตัวอยู่ภายในห้องพักให้ออกมามอบตัว
จนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวได้บริเวณหน้าห้องพักดังกล่าว
คดีนี้เกิดขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคม 2561
ได้มีกลุ่มคนร้ายอ้างตนเป็นตำรวจแล้วไปหิ้วตัวผู้เสียหายมาจากลานจอดรถร้านอาหารดังย่าน
ถนนเกษตร - นวมินทร์ พยายามจะเรียกค่าไถ่และปล้นเอาทรัพย์สินมาแต่ขับรถยนต์ไปเจอด่าน
จนผู้เสียหายได้หลบหนีออกมา เจ้าหน้าที่สืบสวนจนรู้ตัวผู้กระทำผิดและออกหมายจับได้ยกแก๊ง
แล้วติดตาม
ผู้ต้องหารายสำคัญที่เป็นแกนนำได้ที่ บริเวณกระท่อมภายในสวนยางพาราทางด้านใต้บ้านคูขาด
หมู่ 2 ต.หนองเหล่า อ.เขื่องใน จว.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561
เวลาประมาณ 13.30 น. ที่ผ่านมา
สุดท้ายปิดจ๊อบช่วงโค้งสุดท้ายของปี
ด้วยฟอร์มสุดโหดด้วยการ ร่วมกับศูนย์รถยนต์ บช.น.และสน.ในพื้นที่
ติดตามวางแผนจับกุมแก๊งลักรถยนต์กระบะโตโยต้าที่ ก่อเหตุต่อเนื่องจำนวน 3 ครั้ง
ในพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ตระเวณลักรถยนต์ทำชาวบ้านเดือนร้อนไปทั่ว
เมื่อลักมาได้จะนำรถออกจำหน่ายให้กับเอเย่นต์ในพื้นที่
จังหวัดเชียงรายเพื่อนำออกประเทศพม่า
ชุดสืบสวนได้ติตตามไล่ล่าไปไกลถึงจังหวัดพะเยา ก่อนที่จะรวบตัวได้ทั้งแก๊งพร้อมของกลางจำนวนมาก
พบเบาะแสหรือ









ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น